วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2553
บำรุงผิวขาวด้วยนำมะขามเปียก
เคล็ดลับหนึ่งในการใช้มะขาม บำรุงสวย คือ ใช้น้ำมะขามเปียก 1/2 ถ้วย ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย และนมสด 1 ถ้วย ผสมให้เข้ากันดี พอกบริเวณผิวหนัง ทิ้งไว้สักพักใหญ่ ค่อยล้างออก เหมาะสมกับผิวหนังบริเวณที่หยาบกร้าน เช่น ข้อศอก ตาตุ่ม ฝ่ามือ แม้กระทั่งรอยด่างดำตามผิวหนังก็ใช้ได้ผล หมั่นทำเป็นประจำผิวจะขาวนุ่มนวลขึ้น รอยต่างๆ ก็จะจางลงด้วย
ก่อน จะใช้น้ำมะขามเปียกนวดผิวหน้า ให้ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ล้างหน้าก่อน จากนั้นจึงใชัน้ำมะขามเปียกนวดเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า แล้วพอกหน้าทิ้งไว้อย่างนั้นนาน 5นาที จึงล้างออกให้สะอาดใช้สูตรนี้ให้บ่อยๆ รับรองผิวใสกิ๊ก เด้ง เต่งตึงจนสาวๆ บางคนต้องหลีกทางให้กันเลยล่ะ
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ผลิตภัณฑ์สเตนเลส
สเตนเลสเพื่อสุขอนามัยในการบริโภค
สเตนเลสเป็นวัสดุที่สมบูรณ์แบบสำหรับใช้ในครัวเรือนและในอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจาก
มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูงจึงไม่เป็นสนิมและไม่ทำปฏิกิริยากับกรด และเกลือที่มีอยู่ในอาหาร
มีพื้นผิวที่เรียลและมีความเป็นกลางจึงไม่ดูดซึมรสใดๆ
ทำความสะอาดได้ง่ายและถูกหลักอนามัยในทุกขั้นตอนการใช้
ทนความร้อน ความเย็น และการเปลี่ยนอุณหภูมิโดยฉับพลันได้ดี
สเตนเลสเพื่ออีกระดับของชีวิต
สเตนเลสช่วยให้ชีวิตประจำวันของเราสะดวกสบายขึ้น เครื่องใช้ในบ้านอันทันสมัยส่วนใหญ่มีส่วนประกอบที่ทำจากสเตนเลส ไม่ว่าจะเป็นอ่างล้างจาน เครื่องล้างจาน เครื่องซักผ้า อุปกรณ์ประกอบอาหาร เครื่องปิ้งขนมปัง แท้งค์น้ำ ฯลฯ ซึ่งมีรูปลักษณ์ที่เงางามทำความสะอาดง่าย ทำให้บ้านน่าอยู่ขึ้น
สเตนเลสสเพื่อความงามที่คงทน
คุณสมบัติเด่นสองประการของสเตนเลส ได้แก่ ความแข็งแรงและความทนทาน ทำให้สเตนเลสเป็นวัสดุก่อสร้างที่เยี่ยมยอด ยิ่งไปกว่านั้นสเตนเลสยังมีรูปทรงและพื้นผิวหลากหลายให้เลือก สามารถประยุกต์ใช้งานตกแต่งได้อย่างมากมาย เช่น ด้านหน้าอาคาร หลังคา ทางเข้าอาคาร กรอบประตู-หน้าต่าง การตกแต่งภายใน สตรีทเฟอร์นิเจอร์ เช่น ศาลารอรถเมล์ ป้ายโฆษณา ฯลฯ
สเตนเลสเพื่อเทคโนโลยีชั้นสูง
ด้วยลักษณะพิเศษในด้านการต้านทานการกัดกร่อน ประกอบกับมีคุณสมบัติเชิงกลสูง จึงมีการนำสเตนเลสไปใช้ในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง เช่น เวชอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมการบิน คอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ฯลฯ
สเตนเลสเพื่อการคมนาคมขนส่ง
ด้วยคุณลักษณะเด่นในด้านการต้านทานการกัดกร่อน มีคุณสมบัติเชิงกลสูง และทนไฟจึงมีการนำสเตนเลสไปใช้ในอุตสาหกรรมการขนส่งอย่างแพร่หลาย เช่น ในการสร้างตู้รถโดยสาร ส่วนประกอบต่างๆ ของรถไฟ ตู้คอนเทนเนอร์ แท้งค์ขนส่งน้ำมัน หรือเคมีภัณฑ์ต่างๆ ฯลฯ นอกจากนี้สเตนเลสยังใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบท่อไอเสีย คาตาลิติก คอนเวอร์เตอร์ ท่อไอดี กันชน ฝาครอบล้อ ถุงลมนิรภัย และส่งตกแต่งอื่นๆ
สเตนเลสวัสดุที่ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
สเตนเลสเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ถึง 100% และกว่า 80% ของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตมาจากเศษเหล็กกล้าไร้สนิม ดังนั้นจึงถือได้ว่าสเตนเลสเป็นวัสดุที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม
ความรู้เกี่ยวกับสเตนเลส
เหตุใดสเตนเลสจึงทนการกัดกร่อนได้
โลหะทุกชนิดโดยทั่วไปจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ เกิดเป็นฟิล์มออกไซด์บนผิวโลหะ ซึ่งจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) ส่งผลให้เกิดสภาพพื้นผิวเหล็กผุกร่อนที่เราเรียกว่าเป็นสนิม แต่สเตนเลสมีโครเมียมผสมอยู่ 10.5 % ขึ้นไปทำให้คุณสมบัติของฟิล์มออกไซด์เปลี่ยนแปลงไป ฟิล์มโครเมียมออกไซด์ (หรือที่เรียกว่า Passive layer) เป็นฟิล์มบางๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จะทำหน้าที่เป็นชั้นป้องกันการกัดกร่อนที่มีประสิทธิภาพยิ่ง ซึ่งสามารถสร้างขึ้นใหม่ได้เองทันทีหากพื้นผิวถูกขีดข่วนทำลาย
สเตนเลสแบ่งออกเป็น 4 ชนิดหลัก
1.เกรดออสเตนิติก แม่เหล็กดูดไม่ติด นอกจากส่วนผสมของโครเมียม 18% แล้ว ยังมีนิเกิลซึ่งควรจะมีไม่ต่ำกว่า 8% มาช่วยเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เหล็กชนิดนี้ผลิตได้ง่าย จึงเป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางที่สุด
2.เกรดเฟอร์ริตก แม่เหล็กดูดติด มีส่วนผสมของคาร์บอนต่ำ และมีโครเมียมเป็นส่วนผสมหลัก คือประมาณ 13% หรือ 17%
3.เกรดมาร์เทนซิติก แม่เหล็กดูดติด โดยทั่วไปจะมีโครเมียมผสมอยู่ 12% และมีส่วนผสมของคาร์บอนในระดับปานกลาง มักนำไปใช้ทำส้อม มีด เครื่องมือตัดและเครื่องมือวิศวกรอื่นๆ ซึ่งต้องการคุณสมบัติเด่นในด้านการต้านทานการสึกกร่อน และความแข็งแรงทนทาน
4.เกรดดูเพล็กซ์ แม่เหล็กดูดติด มีโครงสร้างผสมระหว่างเฟอร์ไรต์ และออสเตไนต์ มีโครเมียมผสมอยู่ประมาณ 18-28% และนิเกิล 4.5-8% เหล็กชนิดนี้มักถูกนำไปใช้งานที่มีคลอรีนสูง เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็ม (Pitting corrosion) และช่วยเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อนที่เป็นรอยร้าวอันเนื่องมาจากแรกกดดัน (Stress corrosion cracking resistance)
สเตนเลสที่นิยมใช้ทั่วไป คือ ออสเตนิติกและเฟอร์ริติก ซึ่งคิดเป็น 95% ของสเตนเลสที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
รางน้ำฝน กับบทความที่น่าอ่านครับ
รางรับน้ำฝนโดยทั่วไปไทยทำนั้น ก็มักจะพับขึ้นรูปจากวัสดุพวกเหล็กชุบสังกะสี หรือสแตนเลสสตีลการเชื่อมต่อมีทั้งแบบเชื่อมด้วยความร้อน หรือการเชื่อมด้วยไฟฟ้าวัสดุจะหนาจะบางก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่มี และก็มักจะมีสีธรรมชาติของวัสดุเป็นส่วนใหญ่รางรับน้ำที่ทาสีทับบ้างนั้น ก็มีบ้างเหมือนกัน แต่อายุการใช้งานก็ไม่ค่อยนานนักส่วนพวกที่เป็นรางรับน้ำฝนคอนกรีทเสริมเหล็กติดกับหลังคานั้นก็มักจะถูกออกแบบและก่อสร้างพร้อมกับอาคารเป็นหลังๆ ไปเลย ซึ่งถ้าจะมาทำทีหลังนั้นย่อมเป็นไปได้ยากลำบากอยู่เหมือนกัน
ปัจจุบัน ก็มีการนำเข้ารางน้ำฝนจากต่างประเทศ มีทั้งวัสดุที่เป็นเหล็กชุบสังกะสีแล้วเคลือบสีหรือที่เป็นอลูมิเนียมเคลือบสี ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไป มีทั้งรูปแบบเป็นโค้ง เป็นเหลี่ยมหรือทำมุมกลมกลืนไปกับความลาดเอียงของหลังคา มีทั้งเป็นชิ้นส่วนให้มาประกอบเป็นช่วงๆและเป็นรางรับน้ำชิ้นเดียวยาวตลอดแนวชายคาบ้าน
ในการติดตั้งรางรับน้ำฝนโดยทั่วไปแล้ว ก็มักจะเรียกใช้งานช่างติดตั้งรางรับน้ำฝนหรือถ้าหากว่าเป็นชายคาบ้านชั้นเดียว ก็สามารถที่จะทำเองได้ไม่ยากนัก เพราะระดับความสูงไม่มากนักสามารถพาดบันไดจากพื้นไปติดตั้งรางน้ำที่ชายคาได้ไม่ยาก แต่หากเป็นหลังคาชั้นบนๆควรเรียกใช้งานช่างติดตั้งโดยตรงจะดีกว่า และในการประมาณการขนาดรางน้ำฝนนั้นควรพิจารณาเรื่องพื้นที่หลังคาที่น้ำฝนจะไหลลงมาสู่รางบริเวณดังกล่าวด้วย เช่นว่าจะทำรางน้ำฝนที่หลังคาส่วนต่อเติมด้านหลังทาวน์เฮาส์ ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่นักและหลังคาของทาวน์เฮาส์เดิมที่อยู่ชั้นบนนั้น มีขนาดเท่ากับพื้นที่ทาวน์เฮาส์และไม่มีรางรับน้ำฝนในส่วนหลังคาเดิม ฉะนั้นในการทำรางรับน้ำฝนในพื้นที่ส่วนต่อเติมนี้ก็จะต้องคิดพื้นที่หลังคาส่วนบนเป็นพื้นที่รับน้ำฝนร่วมกับพื้นที่หลังคาส่วนต่อเติมด้วยแต่ถ้าหากว่าผนังอาคารบริเวณที่จะทำรางน้ำฝนมีพื้นที่ใหญ่มาก เช่นเป็นผนังอาคารที่รับน้ำฝนที่สาดซัดเข้ามา 3-4 ชั้นจะต้องเผื่อพื้นที่ผนังในบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำฝนด้วย
ในการที่จะยึดรางรับน้ำฝนกับชายคาบ้านนั้น ก็จะต้องพิจารณาดูความแข็งแรงของโครงสร้างชายคาบ้านด้วยว่ายังแข็งแรงดีอยู่หรือไม่ ควรยึดตามแนวจันทันของโครงสร้างหลังคาเป็นหลักถ้าหากว่าระยะระหว่างจันทันมีความกว้างมาก ทำให้รางน้ำแอ่น ตกท้องช้างควรเสริมที่กลางเชิงชายระหว่างจันทัน ทั้งนี้อาจจะเนื่องจากทั้งเรื่องขนาดของรางน้ำหรือขนาดความหนาของวัสดุราง
ถ้าหากว่าเชิงชายไม้ปิดลอนกระเบื้อง มีการเล่นลวดลายฉลุ ก็อาจจะต้องทำใจไปเลยว่า ไม่ได้เห็นแน่ถ้าหากว่าจะติดรางรับน้ำฝนแบบทั่วไป อาจจะใช้วิธีติดลวดลายฉลุไว้ด้านนอกรางรับน้ำฝน ซึ่งก็จะสามารถทำได้แต่ก็จะต้องเพิ่มรายละเอียดการติดตั้งวัสดุเพิ่มเติม เพื่อให้สวยงามเรียบร้อย(ดูรายละเอียดได้จากภาพชายคาวิหารวัดหัวเวียง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน)
ปัจจัยสำคัญในการติดตั้งรางรับน้ำฝน นอกเหนือจากเรื่องพื้นที่รับน้ำฝนแล้ว ก็คือระดับความลาดเอียงของรางรับน้ำฝน และตำแหน่งที่จะวางท่อระบายน้ำฝนโดยทั่วไปมักจะทำระดับความลาดเอียงที่ 1:100 คือ ที่ระยะความยาว 100 เซนติเมตรให้ลดระดับรางรับน้ำฝนลงไป 1 เซนติเมตร หรือให้มีความลาดเอียงมากกว่านี้แต่ก็ต้องดูตำแหน่งที่จะต่อท่อระบายน้ำฝนด้วย เพราะถ้าหากว่าวางตำแหน่งท่อระบายน้ำฝนไว้ตำแหน่งเดียวและรางรับน้ำฝนมีขนาดยาวมากๆ อาจจะทำให้ระดับรางรับน้ำฝนอยู่ต่ำกว่าระดับชายคาบ้านได้ ซึ่งจะดูไม่สวยงามเช่น ชายคาที่จะวางรางรับน้ำฝนยาว 12 เมตร และเมื่อจัดระดับความลาดเอียงแล้วปลายอีกด้านหนึ่งของรางรับน้ำฝนอยู่ต่ำกว่าปลายอีกด้านหนึ่ง 12 เซนติเมตรทำให้ท้องของรางรับน้ำฝนอยู่ต่ำกว่าระดับชายคาได้การที่เราเพิ่มตำแหน่งที่จะวางท่อระบายน้ำฝนที่อีกปลายหนึ่งนอกจากทำให้ส่วนต่างของระดับปลายรางรับน้ำฝนต่างกันเพียง 6 เซนติเมตรแล้วยังจะเป็นการป้องกันการระบายน้ำไม่ทันที่เนื่องจากท่อระบายน้ำอุดตันด้วย
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นส่วนสำคัญและมักจะไม่มีเป็นส่วนประกอบของรางรับน้ำฝนโดยทั่วไป ก็คือการป้องกันเศษขยะ หรือใบไม้อุดตันรูระบายน้ำซึ่งก็อาจจะเป็นทั้งใบไม้ที่ปลิดปลิวหล่นมาจากต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียงถุงพลาสติกหรือเศษขยะที่หลุดมือลอยมาตามสายลม หรือรังนกที่ไปทำรังใต้กระเบื้องหลังคา เป็นต้นทำให้ท่อรับน้ำฝนอุดตัน และบางทีด้วยน้ำหนักของน้ำที่ขังอยู่ในรางรับน้ำฝนกับการเสื่อมสภาพของโครงยึดรางทำให้รางรับน้ำฝนหลุดลงมาได้
ในการป้องกันสิ่งไม่พึงประสงค์อุดตันนี้ก็จะใช้เหล็กตะแกรงที่มีขนาดรูเล็กพอที่จะป้องกันเศษวัสดุไม่พึงประสงค์มาอุดตัน ปิดตลอดปากรางรับน้ำฝนซึ่งอาจจะใช้วิธีครอบทับปากรางรับน้ำ หรืออาจจะใช้วิธีพับหรือม้วนให้มีขนาดพอดีกับขนาดรางรับน้ำฝนแล้วใส่เข้าไปในรางรับน้ำฝนตลอดแนวซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้มีสิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่หลุดเข้าไปในรางรับน้ำฝนได้ทำให้ภายในรางรับน้ำฝนมีเฉพาะแต่น้ำและฝุ่นผงขนาดเล็กๆ เท่านั้นทำให้ไม่เกิดการอุดตันในช่องท่อระบายน้ำฝนได้
โดยปกตินั้น น้ำฝนแรกของฤดูกาลจะถูกปล่อยทิ้งไปไม่เก็บไว้เพราะน้ำฝนที่ไหลผ่านหลังคาจะชำระฝุ่นผงที่ตกค้างอยู่บนหลังคาด้วยทำให้น้ำฝนแรกนั้นมีฝุ่นละอองมากและไม่สะอาด ส่วนน้ำฝนในคราต่อๆมานั้น ก็จะถูกเก็บไว้เพื่อนำไปใช้ต่อไปแต่ในเมืองใหญ่ๆนั้น ควรตรวจสอบปัญหามลภาวะในอากาศประกอบด้วยเพราะฝนที่ตกลงมาจะมีฝุ่นผงละอองในอากาศของเมืองๆนั้นสะสมอยู่และอาจจะเป็นพิษภัยต่อการใช้อุปโภคบริโภคได้ หรืออาจจะเก็บไว้เพื่อใช้ในการทำความสะอาดบริเวณรดน้ำต้นไม้แต่ควรแยกส่วนการจัดเก็บไว้เป็นสัดเป็นส่วนต่างหากจากน้ำที่ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคภายในครัวเรือน
วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553
Facebook Profile vs Facebook Page
- - เป็นข้อมูลส่วนตัวของแต่ละคน
- - หนึ่งคนสามารถมีได้แค่หนึ่งโปรไฟล์ (Facebook Profile) เท่านั้น
- - มีคุณสมบัติมากกว่า Facebook Page เช่น หาเพื่อนเพิ่ม หรือ การเข้าไปร่วมกลุ่มที่เราสนใจ เป็นต้น
- - ข้อมูลเป็นส่วนตัว แล้วก็ไม่ได้ถูกเก็บข้อมูล หรือว่า Index ใน Google
- - เกี่ยวกับธุรกิจ
- - ในหนึ่ง Facebook Profile สามารถสร้างได้มากกว่าหนึ่ง Facebook Page ซึ่งเราอาจจะสร้าง Facebook Page ที่เกี่ยวกับ ธุรกิจ สินค้า เว็บไซต์ หรือว่าแบรนด์ของเรา เป็นต้น
- - จะไม่สนับสนุนคุณสมบัติบางประการเหมือนกับใน Facebook Profile (ป้องกันปัญหาของการสแปม)
- - สามารถแสดงผลในหน้าของ Google SERP (Search Engine Results Page) เพราะว่าถูก Index
วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553
ตำบลบางปะกง
รายละเอียด
C# Timer กับ Thread sleep
ที่ง่ายที่สุดที่มักจะนำมาใข้กันบ่อยๆ ก็คือ Thread.sleep(1000); เพื่อให้ Delay ไปหนึ่งวินาที แต่ที่ผมจะแนะนำนันยากให้ลองใช้ timer มากกว่า เพราะ timer นั้นจะให้ทำให้การทำงานของ Application นั้นสุดลงเหมือน Thread.sleep
ตัวอย่างการใช้งาน
private void enable_time_click(object sender, EventArgs e){
// some code
time1.enable = true;
// some code
}
private void timer1_Tick(object sender, EventArgs e){
// do some thing
//http://www.sangkasi.com
}