การเลือกใช้รางน้ำฝนสำหรับที่พัก
- รางนํ้าฝนที่สะบายต่อการดูแลรักษา
- แข็งแรง
- ทาสีเพื่อให้ทนทานเเพื่อการใช้งานที่ยาวนาน
- รางนํ้าฝนเหมาะกับที่อยู่อาศัยได้ประสิทธิภาพ.
อีกเรื่องหนึ่งที่เจ้าของบ้านต้องตัดสินใจในระหว่างการก่อสร้างบ้าน หลังจากมุงหลังคาเสร็จเรียบร้อยนั่นก็คือ “จะติดตั้งรางน้ำฝนหรือเปล่า”
ที่ลังเลใจเพราะว่า...ถ้าไม่ติด...น้ำฝนก็จะไหลลงมาที่พื้นดินด้านล่างเลอะเทอะไปหมด หรือไม่ก็จะกระเด็นไปรบกวนเพื่อนบ้าน
แต่ถ้าติด...ก็ต้องคอยหมั่นขึ้นไปเก็บกวาดใบไม้ที่ปลิวไปกอง ไม่อย่างนั้นท่อระบายน้ำก็อาจจะอุดตัน หรือไม่ก็ทำให้รางน้ำล้นจนน้ำไหลทะลักเข้ามาในบ้าน ทำฝ้าเพดานถล่มกันไป อีกอย่าง ที่ระดับความสูงบ้านขนาดนั้น ก็มีความเสี่ยงในการปีนป่ายกันอีก...ลำบากใจจังเลยนะคะ
สำหรับเจ้าของบ้านที่ไม่ต้องการติดตั้งรางน้ำฝน อาจจะเล็งแนวตำแหน่งที่ฝนตกลงมา แล้วทำเป็นพุ่มไม้ หรือทำรางระบายน้ำที่พื้นดิน เพื่อช่วยบรรเทาการกระเด็นของน้ำฝน ไม่ให้เลอะเทอะไปโดนผนังบ้านค่ะ หรือทำบ่อน้ำรอบบ้าน ประมาณว่าเป็นบ้านกลางน้ำเลยก็ดีนะคะ สวยและเย็นไปอีกแบบ
ทำรางน้ำบนดินตามแนวชายคาหลังคา
ส่วนเจ้าของบ้านที่ตัดสินใจว่าจะติดตั้งรางน้ำฝน ก็ควรจะติดตั้งแผ่นตะแกรงป้องกันใบไม้ครอบบนรางไว้นะคะ ซึ่งปัจจุบันก็มีจำหน่ายสำเร็จรูปแล้วด้วยค่ะ
และท่อระบายน้ำจากรางน้ำฝน ก็เป็นของสวยงามได้นะคะ ถ้าเรารู้จักออกแบบ เหมือนอย่างบ้านนี้ไงคะ...
ก่อนหน้านี้ก็ไม่เข้าว่า ทำไมต้องติดรางน้ำฝนล่ะ พอเข้าหน้าฝนเท่านั้นล่ะถึงรู้ว่า ไม่ได้แล้ว ฉันอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว เพราะฝนตกหนักน้ำก็สาดเข้าบ้าน ปัญหาตามมาก็คือความชื้น ยิ่งบ้านไม้อย่างบ้านเราแล้วล่ะก็ สิ่งที่ตามมาก็คือ กระดานไม้เริ่มจะบวมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ยังมีของแถมคือ เจ้า ป.ปลวก อีกต่างหาก เลยต้องรีบหาช่างมาติดรางน้ำฝนโดยด่วน สนนราคาก็ตกเมตรละ 300 บาท เป็นแบบสังกะสีธรรมดา